วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

Butterfly Princess Part 6 นักดนตรียาจก...บีโธเฟ่น

 เช้าวันรุ่งขึ้น ไซมอน เตรียมตัวที่จะออกไปขายของเหมือนเคย แต่ก็ต้องทิ้งให้เบลเลนอยู่บ้านเพียงคนเดียวเพราะเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย "ป่ะ! ฟิลเรนไปกันเถอะสายแล้ว" ไซมอนชวนฟิลเรนแต่ฟิลเรนก็ไม่กระดิกจากเตียงเลย "อ่อ! นายคงอยากจะอยู่กับเบลเลนใช่ไหม? อ่า...เข้าใจละ" ไซมอนเข้าใจฟิลเรน ฟิลเรนบินไปเกาะที่หัวเตียงที่เบลเลนนอนอยู่ "อ่า! อยู่ไปเถอะฉันไม่รบกวน" ไซมอนบอกฟิลเรนและขับรถม้าออกไป แต่ในหัวของไซมอนขณะเดินทางนั้นก็ได้แต่คิดเกี่ยวกับเรื่องเลวร้ายต่างๆนานา เขากำลังคิดว่าฟิลเรนกำลังบอกอะไรบางอย่างอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไร เขาถึงที่จุดจายของที่ตลาดใจกลางเมือง เขาวางสิ่งประดิษฐ์ของเขาและเริ่มขายแต่ก็อดเป็นห่วงเบลเลนและฟิลเรนไม่ได้
"นี่! ฟิลเรนออกไปจากขาฉันได้แล้วน่า" เบลเลนสั่งนกยูงฟิลเรนที่เกาะอยู่บนขาของเธอเอง ฟิลเรนทำท่าสำนึกผิดและลงจากขาของเบลเลน "โอ๋! ฉันขอโทษนะฟิลเรนเดี๋ยวฉันจะเอาอาหารเช้ามาให้นายนะ" เบลเลนลุกจากเตียงและเดินไปหยิบเมล็ดพืชและขนมปังแพมาด้วย เบลเลนป้อนเมล็ดพืชให้กับฟิลเรน พลางหยิบขนมปังแพมากินด้วยอย่างสบายอารมณ์ ฟิลเรนใช้ปากของมันแย่งขนมปังแพออกจากมือของเบลเลนและจิกขนมปัง ทำให้เบลเลนหวเสียนิดๆแต่ฟิลเรนเหมือนกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง ฟิลเรนจิกขนมปังจนคล้ายรูปผีเสื้อที่มีปืนอยู่ข้างๆ "นายกำลังจะบอกอะไรน่ะฟิลเรน" ทันใดนั้นฟิลเรนทำท่าตกใจและก็บินขึ้นไปบนหลังคา "ฟิลเรนนายเป็นอะไร?" ทันใดนั้นเบลเลนก็ถูกมือหนาของใครบางคนปิดปากเอาไว้ และเธอก็สลบไป ตอนนี้เบลเลนตื่นมาด้วยอาการมึนเมา เธอกำลังถูกคุมขังอยู่ในห้องคุมขังนักโทษแห่งหนึ่ง "เป็นไงบ้างล่ะเจ้าหญิงที่นี่น่าอยู่ไหม? ถ้าเธออยากจะอยู่ก็ดื้อกับฉันให้มากๆ แต่ถ้าไม่ก็สมควรที่จะต้องรับฟังข้าทุกอย่าง" ชายฉกรรจ์ผู้นั้นพูดด้วยน้ำเสียงมีเล่ห์กล "นายพูดถึงอะไร? นายต้องการอะไร? ปล่อยข้าไปจากที่นี่!" เบลเลนพูดถามชายฉกรรจ์ผู้นั้นไป "อ่า! งั้นฉันจะแนะนำตัวเองและก็จะตอบคำถามของเธอให้หมดทุกข้อ ฉันชื่อบีโธเฟ่นนักดนตรีหนุ่มพร้อมกับทำงานพิเศษด้วยคือองค์กรลับ ฉันนั้นอับจนตามหาเธอมานานแสนนาน ฉันอยากได้สิ่งที่ฉันเคยมีกลับมา อยากที่จะทำแบบที่คนอื่นทำได้บ้าง" ทันใดนั้นบีโธเฟ่นก็ร้องไห้ออกมาและหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปหน้าของเขาเละเต็มไปด้วยเลือดและหนองที่ไหลซึมออกมาจากแผล แขนของเขามีข้างเดียว ขาของเขาเป็นขาเทียมเบลเลนกรีดร้องออกมาด้วยอาการตกใจกับสภาพของบีโธเฟ่นตอนนี้ "อย่ากรีดร้องไปเลยเจ้าหญฺิง นี่แหละสภาพจริงปัจจุบันของฉัน ฉันถูกทำร้ายหน้าของฉันเละไปหมด แขนฉันมีเพียงข้างเดียว ขาของฉันก็ไม่มีมีเพียงแต่ขาหูกระป๋อง มีแต่คนเรียกฉัยว่านักดนตรีพิการยาจก ฉันไม่มีใครเลยนอกจากเครื่องดนตรีเก่าๆที่ฉันรักมากที่สุด" เขาพูดพร้อมชี้ไปทางเปียโนเก่าๆเครื่องหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมกำแพงของห้องคุมขัง "ฉันไม่มีอะไรเลย เวรกรรมชัดๆ ฉันจะตอบคำถามข้อแรกฉันพฅูดถึง ฉันต้องการสิ่งบางอย่างที่ทำให้ฉันสบาย ข้อที่2ฉันต้องการแสงตะวัน พระจันทร์ สายลม แต่ฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่ ถ้าฉันไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ" บีโธเฟ่นพูดย้ำคำให้เบลเลนตกใจจนกลัว บีโธเฟ่นหยิบหน้ากากสีทองออกมาใส่ที่หน้าของเขาและใส่แขนขาเทียมเหมือนเดิมเขานั่งเล่นเปียโนเพื่อดับความโกรธของเขา เบลเลนสนใจในท่าทีของเขา สักพักบีโธเฟ่นก็กลายเป็นนักดนตรีหนุ่มรูปงามทันทีที่ทำให้เบลเลนรู้สึกสนใจกับท่าทีของเขา
--------ด้านไซมอน--------
ไซมอนเก็บของๆเขาใส่รถม้าตามเคยเพราะอยู่ในช่วงใกล้ค่ำแล้ว เขาขับรถม้ากลับบ้านเมื่อถึงที่บ้านทำให้ไซมอนแปลกใจเมื่อฟิลเรนมีอาการตกใจและบ้านนั้นรกรุงรังและเบลเลนหายตัวไป เขาร้องไห้และบ่นโทษตัวเองที่ดูแลเพื่อนสนิทของตนเองไม่ดีเขากำลังกังวลเรื่องความปลอดภัยของเบลเลนและห่วงว่าเดวิดจะรู้เรื่องนี้ ไซมอนเดินไปหาฟิลเรนเพื่อที่จะถามฟิลเรน "นายรู้อะไรบ้าง? เบลเลนหายไปไหน?" ฟิลเรนคาบตัวโน้ตตัวหนึ่งออกมามันคือตัวกุญแจซอล ทำให้ไซมอนนึกถึงใครบางคนขึ้นมา "นายบีโธเฟ่น! นายแน่ๆเลย" ไซมอนพูดขึ้นและพาฟิลเรนขึ้นรถม้าไปด้วยกัน เขาถึงที่หน้าที่พักของบีโธเฟ่น "ไอ้บีโธเฟ่น!เอาเพื่อนของข้าไปไว้ที่ไหนออกมาเดี๋ยวนี้!!" ไซมอนตะโกนเรียกบีโธเฟ่น ทันใดนั้นประตูบานใหญ่ก็เปิดออกและบีโธเฟ่นเดินออกมา "นายมาทำไมฮึ! พ่อค้ากระจอก" บีโธเฟ่นพูดออกไปเมื่อเห็นไซมอนเดินออกมา "แต่ถ้าฉันเป็นพ่อค้ากระจอกมันก็คงดีกว่านักดนตรีพิการยาจกอย่างแกแล้วกัน!" "วมอนพูดออกไปด้วยความโกรธทำให้บีโธเฟ่นหัวเสียและเสียใจเล็กน้อย "ใช่สิ! ฉันมันนักดนตรีพิการยาจกคนหนึ่งไม่มีอะไรดีสักอย่าง!" บีโธเฟ่นพูดและพลางร้องไห้ไปด้วยความเสียใจ "นายอยากเห็นหน้าตาและสภาพของฉันที่แท้จริงไหมล่ะ!?" บีโธเฟ่นพูดพร้อมฉีกหน้าตัวเองออก จากที่หน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความหล่อเหลาแต่ตอนนี้กลับกันหน้าของเขากลายเป็นบีโธเฟ่นที่ใครๆก็ไม่อยากมอง ไซมอนต้องปิดตาของตัวเองเพราะทนมองสภาพของบีโธเฟ่นไม่ไหว "หึ! บอกแล้วว่าถ้าจะมาเจอฉันต้องทำใจรับความเป็นไปในอนาคตซะก่อน คงอยากเจอนางมากล่ะสิ นั้นก็ตามฉันมา หวังว่าคงไม่เล่นตลกอะไรอีกล่ะ ฉันไม่ค่อยชอบความรุนแรงสักเท่าไรน่ะ" บีโธเฟ่นพูดและเดินนำหน้าไซมอนและฟิลเรนไป และพวกเขาก็ถึงห้องที่มีเบลเลนถูกขังอยู่ข้างในเบลเลนร้องไห้และตะโกนออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากไซมอน ฟิลเรนบินไปเกาะที่ประตูและร้องเสียงดังออกมา "ไม่ต้องร้องหรอก มันไม่มีประโยชน์อะไร!ฉันไม่ใจอ่อนหรอกน่า" คำพูดของบีโธเฟ่นทำให้ฟิลเรนหยุดร้อง ตอนนี้เบลเลนมีน้ำใสๆไหลออกมาอาบแก้มสีชมพูของเธอ เธอเริ่มขยับเข้าไปใกล้ๆเปียโนของบีโธเฟ่นและเธอก็เริ่มเล่นมัน เธอเคยได้ยินว่าถ้าบีโธเฟ่นได้ยินเสียงเพลงจากเปียโนของเขาเอง เขาจะกลายเป็นหนุ่มรูปงาม และบีโธเฟ่นร้องไห้ออกมาเขาเริ่มรุ็สึกผิดที่พาตัวเบลเลนมา "นายต้องการอะไร? ให้ฉันช่วยไหม?" เบลเลนที่รู้สึกสงสารได้ถามบีโธเฟ่น "เอาสิ! เธอช่วยได้อยู่แล้ว" บีโธเฟ่นตอบพร้อมสะแหยะยิ้ม ซึ่งพฤติกรรมนี้สร้างความปั่นป่วนในใจของเบลเลนอยู่ไม่น้อย

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

Butterfly Princess Part5 กลับบ้าน.....!! ชายฉกรรจ์อันตราย

Part 5
กลับบ้าน.....!! ชายฉกรรจ์อันตราย
เจ้ามีนามว่าอะไรล่ะ?นัมรีอองตรัสถามเบลเลน ข้ามีชื่อว่าเบลเลนอาศัยอยู่ในเมืองแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าซิลเบิร์คข้าอาศัยอยู่กับเดวิด พ่อของข้าเบลเลนตอบ แต่เบลเลนไม่อยากบอกว่าเธอเป็นบุตรอุปการะของเดวิด เธอนี่ช่างเหมือนเฮเบนเน็ทจังเลยนะนัมรีอองตรัส เหมือนมากจริงๆออสการ์นาร์ดเสริม พระองค์แล้วพระราชินีแคทเธอลีน ล่ะขอรับไซมอนถามนัมรีอองเกี่ยวกับพระราชินีแคทเธอลีน นางบรรทมอยู่ในหอ นางประชวรน่ะ ว่าแต่...พ่อหนุ่มนายเป็นใครกัน? หรือว่าเป็นคู่รักของเบลเลน!?นัมรีอองตรัสถามอย่างสงสัย ทำให้ไซมอนแอบขำอยู่เบาๆ เจ้าบังอาจหัวเราะเยาะข้ารึ!!” “เปล่านะขอรับ ข้าแค่จะบอกว่าข้าไม่ใช่คู่รักของเบลเลนหรอก ข้าเป็นเพียงแค่สหายของนางเท่านั้นไซมอนอธิบาย เดี๋ยวข้าจะพาไซมอนและเบลเลนไปเยี่ยมพระราชินีแคทเธอลีนนะขอรับออสการ์นาร์ดกล่าวและเดินนำไปยังห้องโถงใหญ่ หรือ ที่ในวังเรียกกันว่าหอโอสถ ซึ่งมีพระราชินีแคทเธอลีนนอนบรรทมอยู่ และแล้วพระราชินีก็ตื่นขึ้นมาและตรัสว่า ลูก! ฮเบนเน็ทลูกกลับมาแล้วหรือ ลูกไปไหนมา ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเจ้าไปไหนมานางฟ้า นางสวรรค์ของแม่นางตรัสออกมาด้วยความดีใจปนเสียใจเศร้าโศกอยู่เล็กน้อย เมื่อนางเห็นเบลเลน เอ่อ......ข้าไม่ใช่เฮเบนเน็ทหรอก ข้าชื่อเบลเลน เป็นหญิงธรรมดาจากเมืองซิลเบิร์คเบลเลนอธิบายทุกๆอย่างแก่นาง หล่อนพูดอะไรรึ!ออสการ์นาร์ดนางถามออสการ์นาร์ดอย่างแปลกใจ นางไม่ใช่เจ้าหญิงเฮเบนเน็ทนางคือหญิงสาวธรรมดาๆจากต่างเมืองเท่านั้นออสการ์นาร์ดพยายามบอกให้นางเข้าใจ แล้วเจ้าพานางมาทำไม?? นางถาม ข้ามาเอาของที่ปราสาท และ พานางมาอยู่ที่นี่สักพัก และข้าจะออกตามหาเพียงลำพัง ออสการ์นาร์ดพูดทำให้เบลเลนและไซมอนแปลกใจ เบลเลนหันหน้าไปหาไซมอนพลางกระซิบว่า นี่ไซมอน! นายได้ยินไหมที่ออสการ์นาร์ดบอกว่าเขาพาเรามาอยู๋ที่นี่ แล้วเขาจะออกตามหาเพียงลำพัง มันแตกต่างจากตอนที่เขาพูดกับเรามากเลยนะเบลเลนเล่า ไซมอนพลางคิด และแล้วบทสนทนาก็ต้องจบลงเมื่ออสการ์นาร์ดกำลังมองหน้าเขาทั้งสองอย่างเคืองโกรธ พวกเจ้าพูดถึงใคร?.....ข้าถามว่าพวกเจ้าพูดถึงใครออสการ์นาร์ดถามพวกเขาทั้งสองด้วยอารมณ์เคืองโกรธ ข้าเปล่า!! แต่ข้าแค่สงสัยเท่านั้นว่า เจ้าเคยบอกพวกข้าว่าเจ้าจะมาเอาของที่เจ้าลืมไว้ แต่ทำไมพอมาถึงตอนนี้เจ้าบอกว่าเจ้าจะมาเอาของแล้วให้พวกเราอยู่ที่นี่ แล้วเจ้าก็จะไปเพียงลำพังล่ะ!!!!” ไซมอนพูดไปด้วยความโกรธและจูงมือเบลเลนเดินออกไปจากห้องโถงของหอโอสถ ข้าอยากกลับแล้วเบลเลน เธออยากกลับกับฉันไหม?ไซมอนถามเบลเลน “แล้วจะอยู่ทำไมล่ะ??” เบลเลนจูงมือไซมอนแล้ววิ่งออกไปจากตัวปราสาทและมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองเพื่อกลับบ้าน และอีกไม่นานพวกเขาก็เดินจนถึงบ้าน ไซมอนเปิดประตูเข้าไป “ฟิลเรน!! นายสบายดีไหม??” ไซมอนร้องเรียกนกยูงของเขาด้วยความคิดถึงแต่ทว่าไซมอนก็อดนึกสงสารไม่ได้เพราะร่างกายของเจ้านกยูง คล้ายกับนกยูงที่มีเพียงหนุงหุ้มกระดูก มันผอมเพราะจากที่ไม่มีใครดูแลมัน และ เบลเลนวิ่งไปที่เตียงของเธอที่ใช้ฟางมาสุมและเอาผ้าปูเท่านั้น เธอล้วงเข้าไปในใต้หมอนเพื่อเอารูปพ่อของเธออกมาดูด้วยความคิดถึง น้ำตาไหลอาบแก้มอมชมพูของเธอ ในใจของเธอคิดเสมอว่า เธออยากกลับไปหาเดวิดผู้เป็นพ่อ แต่ก็ทำไม่ได้
--------ทางด้านเดวิด--------
เดวิดนั่งอ่านจดหมายที่เบลเลนส่งมาให้ทำให้เดวิดดีใจที่ลูกสาวยังคอยส่งข่าวคราวมาบ้าง เดวิดร้องไห้ออกมาและเก็บจดหมายไว้ใต้หมอน เขาร้องไห้เพราะคิดถึงเบลเลนและห่วงไม่น้อย
เช้านี้เบลเลนและไซมอนมีแผนที่จะนำสิ่งประดิษฐ์พิลึกๆของไซมอนออกไปขายที่ตลาดในตอนเช้า เบลเลนแต่งตัวเตรียมไปช่วยไซมอน อีกไม่กี่นาทีไซมอนได้จัดของใส่รถม้าของเขาเสร็จ “ป่ะ!เบลเลน ไปกันได้แล้วเดี๋ยวจะสายไปกันใหญ่” ไซมอนชวนเบลเลน “ได้สิ” เบลเลนตอบรับและไม่วายชวนฟิลเรนนกยูงของไซมอนมาด้วย ฟิลเรนกระโดดขึ้นไปบนหัวไหล่ของไซมอน เบลเลนยกชายกระโปรงเพื่อยกขาขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันสวยพอดู และไม่นานพวกเขาก็ถึงตลาดเช้าใจกลางเมือง เบลเลนช่วยไซมอนยกของออกจากรถม้าเพื่อนำมาจัดวางขายและไม่ช้าสิ่งประดิษฐ์ประหลาดๆของไซมอนก็ขายแทบหมดไป “ไซมอนนี่เที่ยงแล้วนะ หิวไหม?? เดี๋ยวฉันซื้ออาหารมาให้” เบลเลนเดินไปที่ร้านอาหาร “แฮมเบิก2ชิ้นค่า” เบลเลนสั่งแฮมเบิกกับเจ้าของร้าน ขณะที่รอนั้นมีสายตาหลายคู่จับจ้องแบบแปลกๆจากผู้คนที่นั่นทานอยู่ในร้านอาหาร บ้างก็ซุบซิบพูดกันไปเรื่อยเปื่อยมันทำให้เบลเลนแปลกใจเป็นอย่างมาก อีกไม่นานเจ้าของร้านก็ออกมาพร้อมห่อแฮมเบิก2ชิ้น “ได้แล้วค่ะ คุณผู้หญิง *200 เพนนีค่ะ” เบลเลนยื่นเงินและรับแฮมเบิก เบลเลนเดินออกจากร้านแต่ก็ยังมีสายตาของคนทั้งร้านมองเบลเลนอยู่ เบลเลนเดินถือแฮมเบิกเพื่อจะนำไปให้ไซมอนด้วยแต่ก็ต้องหยุดชะงักที่ร้านกาแฟคลาสสิคที่มีชายฉกรรจ์นั่งมองเบลเลนด้วยสายตาแปลกๆ เบลเลนเห็นท่าว่าจะไม่ดีจึงรีบวิ่งหนีไป “ทำไมทุกคนมองเราแบบนี้กันนะ ฉันงงหมดแล้ว!” เบลเลนพูดกับตัวเองและแล้วก็เดินถึงร้านแผงลอยของไซมอนเบลเลนยื่นแฮมเบิกให้ พวกเขาทั้งสองนั่งทานแฮมเบิกด้วยความหิวแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขากำลังตกอยู่ในการจับมองของชายฉกรรจ์ลึกลับคนนั้นอยู่      *200 Penny=150Baht
--------ทางด้านชายฉกรรจ์-------
“หึ! ไอ้พวกโง่ นี่รึคือเจ้าหญิง บื้อจริงๆ” ชายฉกรรจ์พูดกับตัวเองเรื่องเบลเลนที่เบลเลนไม่มีความสงสัยใดๆกับท่าทีของตน ชายฉกรรจ์ชักป้องยาสูบออกมาจากกระเป๋ามาสูบอย่างใจเย็นและเดินจากไป

“นี่ไซมอนฉันเจอผู้ชายคนนึงที่หน้าร้านกาแฟ เขานั่งมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ และก็คนในร้านแฮมเบิกด้วย” เบลเลนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ไซมอนเพื่อนรักฟัง “ฉันว่าพรุ่งนี้เธอไม่ต้องมากับฉันก็ได้ ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ” ไซมอนสั่ง และไม่กี่ชั่วโมงสิ่งประดิษฐ์ของไซมอนก็ขายเกือบหมด เหลือเพียงน้อยชิ้นเท่านั้น และเป็นเวลาช่วงโพล้เพล้ตะวันใกล้ลับฟ้า ไซมอนและเบลเลนเก็บของใส่รถม้าและไม่ลืมที่จะพาฟิลเรนกลับบ้านด้วยในใจเบลเลนตอนนี้ก็นึกถึงแต่เรื่องวันพรุ่งนี้ว่าชีวิตของเธอจะปลอดภัยดีหรือไม่


“ไม่มีใครทำให้ประสบความสำเร็จและผู้นำได้นอกจากตัวเราเอง”